สองสัปดาป์ก่อนต้องไปบึงกาฬแบบกระทันหันเพราะคุณทวดเสีย
ได้กลับไปรำลึกความหลัง ไปบ้านหลังเก่า ถนนเส้นเก่า ร้านรวงเก่าๆ ในเมืองใหม่
เมื่อก่อนสำหรับเราบึงกาฬเล็กมากกกกก เล็กกว่ามหาลัยขอนแก่นซะอีก
ผ่านไป 8 ปี ได้เป็นจังหวัดแล้ว ก็ยังเล็กเหมือนเดิม เพียงแต่มีส่วนที่เป็นเมืองใหม่
ขยายตัวออกไปเท่านั้นเอง มีโลตัส มีธนาคาร มีร้านอาหาร ศูนย์รถ ฯลฯ
 
แต่สิ่งหนึ่งที่หายไปคือ ร้า้น "ข้าวปุ้นทรงเครื่อง" ที่พ่อเคยพามากินเมื่อ 8 ปีที่แล้ว 
จำได้ว่ามันอยู่ในเมือง แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว ไม่มีร้านไหนขายเลย
หรือคนที่นี่เค้าจะเลิกกินกันไปแล้ว ถ้าไม่ได้กินคงรู้สึกเหมือนมาไม่ถึงบึงกาฬแน่ๆ -_-;
 
เี่ราบอกพ่อว่าอยากกินขนมจีนที่มันใส่น้ำก๋วยเตี๋ยว พ่อบอกว่า มันเรียกว่า "ข้าวปุ้นทรงเครื่อง" 
เช้าวันที่ 2 ของบึงกาฬพ่อเลยรีบไปสอบถามจากญาติๆมากว่ายังมีที่ไหนขายไหน จะพาเราไปกิน
เลยได้ความมาว่าอยู่สามแยกอะไรสักอย่าง ซึ่งพ่อก็แทบจะจำทางไม่ได้แล้ว เพราะไม่ใช่แถวบ้านเราเลย
 
 
และในที่สุด เราก็หาร้านเจอ T^T
 
สภาพร้านไม่ไน่าจะเรียกว่าร้านได้เลย มันน่าจะเรียกว่าใต้ถุนบ้านธรรมดามากกว่า
พื้นไม่ได้ราดปูน มีโต๊ะอยู่ 2-3 ตัว แลัวก็หม้อสำหรับใส่ซุป เอ่อ...มันมีอะไรให้กินจริงๆใช่มั้ย = ='
แต่สภาพร้านไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการกินเลย เพราะเราไม่ถืออยู่แล้ว ขอให้ได้กินก็พอ 55555
 
ข้าวปุ้นทรงเครื่อง ชื่อมันก็บอกว่าข้าวปุ้น ข้าวปุ้นในภาษาอีสานแปลว่า ขนมจีนค่ะ
เป็นเส้นขนมจีน ใส่ในน้ำซุป รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ มีหน่อไม้(รึป่าว?) แล้วก็ใส่เครื่องในด้วยค่ะ
รสชาติประหลาดๆ แต่ก็เข้ากันแบบประหลาดๆเหมือนกัน -_-;
 

 
 
เครื่องปรุงก็เหมือนก๋วยเตี๋ยวเลยค่ะ แต่ปรุงแล้วมันก็จะออกมาแปลกๆหน่อย ปรุงยาก คาดเดายากค่ะ
ไม่รู้ว่าจะปรุงเป็นรสก๋วยเตี๋ยวหรือขนมจีนดี เรากลัวมันกินไม่ได้เลยใส่แค่น้ำปลากับน้ำตาล ตามความเคยชิน
ไม่รู้ว่าที่อื่นจะมีเมนูนี้รึเปล่า แต่ตั้งแต่อยู่ขอนแก่นมาไม่เคยเห็นที่ไหนขายเลยค่ะ
มา กทม. ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่รู้จะไปหากินที่ไหน
 
 
สรุปคือ ชอบที่รสชาติมันประหลาดๆนี่แหละค่ะ เปรี้ยวนิดๆ แต่กินกับผักแล้วอร่อย เข้ากันดี
แต่คนที่ไม่ชอบทานผักอาจจะไม่ชอบ เพราะมันต้องกินกับผักค่ะ อย่างน้อยๆก็ถั่วงอกกับต้นหอมล่ะนะ
แนะนำว่าถ้าเจอให้รีบลองชิมเลยค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าเมนูนี้มันจะสูญหายไปเมื่อไหร่
 
 
 
 
 
การเดินทางครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า 8 ปีที่บึงกาฬยังเดินช้านัก ผิดกับขอนแก่นที่ 8 ปีอย่างกับปีแสง
กลับไปบึงกาฬเรายังสามารถปั่นจักรยานรอบเมืองได้เหมือนเดิม 
ยังจำได้ว่าบ้านหลังไหนตั้งอยู่ตรงไหน ถึงมันจะเปลี่ยนหน้าตาไปบ้าง
แต่ทุกอย่างยังคงอยู่เหมือนเดิม เรายังมองเห็นตัวเองวิ่งเล่นอยู่ในซอยอยู่เลย
 
การกลับมาครั้งนี้ทำให้เราได้ทบทวนตัวเองเยอะมาก
ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ มองฟ้า มองถนน มองคน สูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเยอะๆ
นานแล้วที่ไม่ได้เห็นก้อนเมฆก้อนใหญ่ๆแบบนี้ 
นานแล้วทีไม่ได้ยืนข้างๆภูเขา ไม่เห็นสายน้ำ....
 

 
 

 

 
ฉันรักที่นี่จัง ♥
 
 
ปล. ได้ขึ้น Editor's pick 3 ครั้งแล้ว ดีใจมากกกกกกกกก ><
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะคะ ซึ้งใจจริงๆ Tongue out