เมื่อวานไปเดินตลาดเปิดใหม่มาค่ะ เจอหนังที่อยากดูพอดี
เลยไปสอยมาดูแก้เครียดจากการอ่านหนังสือสอบ
ตามคำแนะนำของเพื่อน ทั้งๆที่เราไม่ได้เครียดอะไรเท่าไหร่เลย
ได้เรื่อง Friends with Benefits มา ชื่อไทยคือ เพื่อนกันมันส์กระจาย
(แปลเป้นไทยได้น่ากลัวมาก -_-;)
 
ตอนแรกตั้งใจว่า เอาล่ะ ฉันจะดู Soundtrack ไม่เปิดซับ
เพื่อเพิ่มสกิลในการเรียนภาษาอังกฤษ ฮ่าฮ่าฮ่า
ปรากฏว่า ดูไม่รู้เรื่องค่ะ ต้องเปิดซับไทยอยู่ดี
เพราะฟังพระนางคุยกันไม่ทันเลย รัวๆๆๆ ใส่กันตลอด =_='
แต่ก็ยังได้เรียนภาษาอังกฤษเหมือนเดิม เพราะอ่านซับทันบ้างไม่ทันบ้าง
 

 
 
ปกติเราเป็นคนชอบดูหนังแนวนี้อยู่แล้ว แอ็คชั่นไซไฟอะไรเทือกนั้นจะดูไม่เป็น
ดูแล้วก็แค่ชอบเฉยๆ ไม่ถึงกับติดใจดูบ่อยๆ แต่หนังแบบนี้ดูแล้วดูอีกค่ะ
ฉากเลิฟซีนก็มีตามท้องเรื่องมันแหละ (ก็เรื่องมันเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงนี่)
และไม่เหมาะที่จะดูเป็นหนังครอบครัว เหมาะที่จะดูกับเพื่อนหรือดูคนเดียวมากกว่า 
 
ที่อยากดูเรื่องนี้เพราะชอบ Justin Timberlake มากกก ชอบตั้งแต่ประถม
เรื่องนี้หุ่นพี่แกเซี๊ยะมากกก อาหารตาจริงๆ 555555 -///-
 
 
ต่อจากนี้จะเป็นการสปอยแล้วนะ ใครที่ยังไม่ดู ขอเตือนว่าถ้าไม่อยากเสียอรรถรส
เลื่อนไปจนสุดเลยค่ะ  :)
 
 
 
ในเรื่องนี้คุณพี่จัสตินแสดงเป็นดีแลนค่ะ ทำงานเป็นผู้กำกับศิลป์ ทำเว็บไซท์อยู่ที่ LA
ต้องมาตกหลุมพรางแบบเต็มใจมาทำงานกับเจมี(มิลา คูนีส) ที่เป็นนายหน้าจัดหางานที่ New York
สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือ ความโสด โสดแบบไม่ได้ตั้งใจ จะทำยังไงฉันไม่ได้ตั้งใจโสด~~
 
เจมีถูกแฟนเก่าเรียกว่าเป็น 'สาวอารมณ์ร้าว'
(ซับมันแปลมาแบบนี้ ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจด้วยสิ่ว่ามันเป็นยังไง)
ส่วนดีแลนก็เป็น 'บัวแล้งน้ำ' ทั้งบ้างาน และไม่โรแมนติกเอาซะเลย
 เราดูแล้วมันก็บัวแล้งน้ำจริงๆแฮะ

ดีแลนกับเจมีมีความสัมพันธ์กันฉันเพื่อนกันต่อ
เพราะว่านอกจากเจมีแล้ว ดีแลนไม่มีเพื่อนที่ไหนอีกแล้ว
แต่ด้วยความสนิทชิดเชื้อก็ทำให้ความสัมพันธ์บางอย่างมันเปลี่ยนไป
คือความสัมพันธ์ทางกายนี่แหละ
 
 
มันจะไม่เป็นปัญหาอะไรเลยถ้ามันเป็นแค่ One night stand ต่างคนต่างจบไปหลังคืนนั้น
แต่มันดันไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิ่ ทั้งๆที่ทั้งสองคนคุยกันแล้วว่าจะจบความสัมพันธ์แบบนี้
แล้วกลับไปเป็นเพื่อนกันแต่ก็หยุดไม่ได้อยู่ดี
เพราะพี่แกเล่นสปาร์กกันไวเป็นสายฟ้าฟาดแบบนี้
และไอ้การที่ยังเจอกัน ยังคุยกัน ยังอะไรๆกันอยู่แบบนี้ มันก็เลยหยุดไม่ได้น่ะสิ่
พอความสัมพันธ์มันเลยเถิดไปแล้วก็ต้องหาทางยับยั้งน่ะสิ่ แล้วจะทำยังไง?
 
ถ้าตราบใดที่คุณยังเป็นผู้หญิง และเค้ายังเป็นผู้ชาย
ขอบอกว่ามันยากมากค่ะที่จะตตัดความสัมพันธ์
ลึกๆต่างฝ่ายต่างก็มีใจให้กันอยู่แล้ว
ถ้าอยากเลิกยุ่งกันแบบเด็ดขาดจริงๆคงต้องหักดิบไม่พบเจอกันไปเลย - -'

 
 
ดีแลนซึ่งเป็นชายหนุ่มที่มีปัญหานานับประการ (ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน- -)
คือนอกจากจะเป็นบัวแล้งน้ำแล้วยังคูณเลขไม่ถูกอีกค่ะ แบบว่า 3x6=52 อะไรแบบนี้ไปเลย
เป็นปัญหามาตั้งแต่เด็ก คล้ายๆกับเด็กที่มีปัญหาในการอ่าน
แถมยังมีภูมิหลังเรื่องครอบครัว ทำให้เค้าไม่กล้าเปิดใจจะรับและทุ่มให้ใครไปแบบเต็มๆ
คือให้เป็นกิ๊กน่ะเป็นได้ แต่ใ้ห้เป็นแฟนแต่งงานมีลูกอยู่กินกันน่ะพี่แกกลัว
กลัวว่าจะซ้ำรอยเหมือนพ่อตัวเอง
 
ส่วนเจมีก็ใช่ย่อยค่ะ เธอฝันถึงความรักที่หวานชื่นแบบเทพนิยาย โรแมนติกแบบสุดๆ
มันเลยยากตรงที่ จะหาเจ้าชายในเทพนิยายนั่นมาจากไหน
และความเพอร์เฟ็กนั่นมันจะทำให้มีความสุขได้จริงหรอ(?)
ส่วนเรื่องครอบครัวก็ไม่ต่างกันค่ะ เจมีมีแม่ที่เปรียวมากและมีแฟนเยอะ
เยอะจนจำไม่ได้ว่าใครเป็นพ่อเธอ -_-; และทุกครั้งที่สัญญาว่าจะไปไหนมาไหนด้วย
สุดท้ายแม่ก็จะกลับไปอยู่กับไอ้หนุ่มของแม่อยู่ดี
 
 
 
เพราะไอ้ความกลัวนี่แหละที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ดีแลนพลาด
พลาดในอะไรๆที่สำคัญหลายอย่าง แต่ถ้าอยากรู้ว่าดีแลนจะแก้ไขความผิดพลาดที่ตัวเองก่อขึ้นได้มั้ย
ต้องไปดูเองค่ะ เพราะตอนจบทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นยังไง
แต่จะทำยังไงให้มันจบนี่สิ่เรื่องสำคัญ :)
 
เราดูหนังเรื่องนี้แล้วมีความสุขมาก คิดอะไรได้หลายๆอย่าง
พอหันมาดูตัวเองแล้วรู้สึกว่า ที่ผ่านมาเวลามีปัญหา เราไม่เคยแก้ไขเลย
เราเป็นแบบดีแลน คือกลัวการล้มเหลว กลัวความผิดพลาด แล้วก็ปล่อยมันไป
คิดง่ายๆว่า ไม่เป็นไรหรอก ยังไงมันก็จะจบแล้ว ปล่อยมันจบไปเหอะ
แล้วมันก็จบจริงๆ ทั้งๆที่ไอ้ความสัมพันธ์ดีๆแบบนี่เนี่ย มันไม่ได้มาง่ายๆเลย
จนแล้วจนรอดทุกวันนี้ก็ยังไม่มีแฟน =_=
 
 
ถ้าคุณกำลังมีความรัก และมั่นใจแล้วว่ารักคนๆนั้นจริงๆ
อย่ากลัวเลยค่ะ เพราะความกลัวนั่นแหละที่จะทำให้คุณเสียเค้าไป :)
อย่าให้อุปสรรคเล็กๆน้อยๆมาขัดขวาง และลดอัตตาลงซะบ้างจะดีมากๆ 

 
มีประโยคเด็ดจากหนังเรื่องนี้เรายังไม่เก็ทเท่าไหร่
เพราะยังไม่เคยเจอความรู้สึกแบบนี้สักที ฮ่าๆ

 
 
ปล.อย่าลืมดูนะคะ! Cool
 

Comment

Comment:

Tweet

น่าดูๆ

big smile big smile

#15 By อิสระรำพัน on 2012-07-23 17:24

ดูแล้วครับ
หนังน่ารักมาก cry

#14 By Komuri on 2012-07-21 14:20

รีวิวได้น่าสนใจ เดี๋ยวจะไปหามาดูครับconfused smile

#13 By ตุ่นทะเล on 2012-07-20 14:54

เรื่องเคยดูแล้วค่ะ 55555 ตอนนั้นดูในโรงกับเพื่อนคือเราไม่ได้ดูเทรลเลอร์
ไม่ได้รู้เลยว่าหนังมันจะมีฉากค่อนข้างแบบว่า -///-
แต่โดยรวมก็ดูกันไปได้ค่ะ XD สนุกดี ตอนดูก็รู้สึกปล่อยมุกกันไม่ยั้งเลย
ชอบตอนแฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นเกย์ หรือไรสักอย่าง ฮา

#12 By Morethan on 2012-07-20 09:04

ดูแล้วชอบเหมือนกัน จำได้ว่า เรื่องนี้ ฉายไล่เลี่ยกับเรื่อง in time เราดูทั้งสองเรื่อง แต่คิดว่า เรื่องนี้สนุกกว่านะ 555 แฟนเราก็บอกงี้เหมือนกัน

#11 By LhinKo^_^ on 2012-07-19 15:14

น่าสนใจ
เจ้ดูหนังเกาหลี เรือง i do ido
เรืองดีมากนางเอกท้องไม่ตั้งใจ
ต้องตัดสินใจว่าจะเปนแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือ
เอาเด็กออก ไปหามาดูนะ

#10 By ปิยะ99 on 2012-07-19 10:08

Hot! big smile

#9 By youuue on 2012-07-18 15:12

เรื่องนี้นี่เอง เห็นพี่ชายดู
เดี๋ยวต้องหามาดูบ้างแล้ว
น่าดูมากค่ะ cry

#8 By Takkaew on 2012-07-18 14:07

จะว่าไปความรักของฝรั่งนี่น่ากลัวมากนะ จากการดูหนังหลายๆเรื่องทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ ของฝรั่ง คือ แรกปิ๊ง ดริ๊ง และ เตียง.... ถ้าหลังจากนั้น ไม่เคมี กันก็ คอนเหวิด บางคนเป็นเพื่อนกัน (ซะงั้น) แบบนั้นดูเหมือน จะหารักแท้ยากหรือเปล่านะ บางคู่ อยู่กินกัน เกือบ4-5ปี พึ่งมาขอกันแต่งงานดีอกดีใจ นับว่าแปลกในสายตาคนไทยหัวโบราณ (เช่นพี) sad smile
โดยปกติไม่ไขว้คว้าดูหนังรักแต่ถ้าเผลอดูแล้วก็ดูจนจบ ทุกที...... หวังว่าอาจได้ บังเอิญดูนี้เรื่องบ้าง

#7 By p.cobra on 2012-07-18 03:32

Hot! Hot! Hot!

555+แปลเป็นชื่อไทยได้น่าสนใจมากๆอ่ะsad smile confused smile confused smile

น่าดูๆครับ555+^^confused smile
เราชอบดูหนังฝรั่ง
ใส่ซับอังกฤษ
ถึงจะฟังไม่ทัน
ก็ยังพออ่านภาษาอังกฤษได้
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#5 By Nirankas on 2012-07-17 22:31

เรื่องนี้น่าจะโดนเราอยู่เหมือนกันแฮะ
>3< ต้องหามาดูซะแล้ว~Hot!

#4 By mod* on 2012-07-17 15:27

น้องสาวเช่าเรื่องนี้มาดู
ตอนแรกไม่คิดจะดู เพราะนึกว่าเป็นหนังโรแมนติกเลี่ยนๆธรรมดา แต่อ่านจบแล้ว...
ไปเปิดดูดีกว่าcry  จัสตินหล่อมากค่ะ

#3 By Kanya on 2012-07-17 03:52

ชอบเรื่องนี้มากๆ เหมือนกันค่ะ
ส่วนประโยคเด็ดประโยคสุดท้าย มันหมายความประมาณว่า
คือคืนวันศุกร์เนี่ยมันเป็นเหมือนวันปล่อยผี ปาร์ตี้สังสรรค์ ดื่มเยอะๆ หนุ่มเหล่สาวสาวเหล่หนุ่ม ควงกันกลับบ้านตามประสาฝรั่งอะไรอย่างนี้ เปรียบเทียบได้กับความสัมพันธ์ฉาบฉวย แต่การใช้เวลาวันเสาร์อยู่ด้วยกัน มันคือความรักความผูกพัน เป็นการใช้เวลาในรูปแบบของครอบครัว อะไรประมาณนี้ค่ะ

ปล. จัสตินเรื่องนี้แกตึงเปรี๊ยะไปทั้งตัวเนาะ

#2 By แอ้ on 2012-07-16 18:17

แหะๆ พอดีหนูไม่ถูกกับภาษาอังกฤษเท่าไหร่ค่ะ ขอรออ่านซับเอาดีกว่ะ ตอนนี้หนูก็เตรียมอ่านหนังสือสอบอย่างสุดขั้วไปเลยค่ะ

#1 By Nuyai on 2012-07-14 22:42